ลักษณะการกดจุด
ลักษณะการกดจุด
1.กดจุดด้วยนิ้วหัวแม่มือข้างเดียว อีกสี่นิ้วที่เหลือ ให้วางเหยียดตรง ท่านี้ เป็นท่ากดจุดพื้นฐานที่สุด
2.กดด้วยนิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างพร้อมๆกัน การกดแบบนี้ ขณะกดต้องเหยียดนิ้วหัวแม่มือ ให้ตรงทั้งซ้าย และ ขวา
ข้อควรปฎิบัติอื่นๆ
1.สถานที่กดจุด ควรเป็นห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เพราะ จะช่วยให้รู้สึกสบายตัว และ ระหว่างการกดจุด ถ้ามีเหงื่อออก ควรหยุดพัก
2.มือต้องสะอาด เล็บตัดสั้น
3.ไม่ควรกดจุด ในขณะที่กินอาหารอิ่มใหม่ๆ
4.สตรีมีครรภ์ พึงหลีกเลี่ยงการกดจุด ส่วนผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องโรคกระดูก ไม่ควรกดจุดที่อยู่บนแนวกระดูกต่างๆ เช่น กระดูกสันหลัง กระดูกซี่โครง เป็นต้น
5.อย่ากดจุดในบริเวณที่มีอาการฟกซ้ำ มีแผลขีดข่วน หรือ อักเสบติดเชื้อ
6.หากกดแล้ว มีอาการรุนแรงขึ้น ควรหยุดกดทันที
7.จุดที่อยู่บนอวัยวะของร่างกายที่มีสองข้าง ควรกดทั้งสองข้าง ยกเว้น จุดที่อยู่กึ่งกลางของร่างกาย จะมีเพียงจุดเดียว
8.ระหว่างกดจุด ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มเย็นๆ อาหารรสเปรี้ยว ของหมักดอง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พริกไทย ซอสพริก เครื่องเทศ และ อาหารทะเลที่มีเปลือก เช่น กุ้ง ปู
1.กดจุดด้วยนิ้วหัวแม่มือข้างเดียว อีกสี่นิ้วที่เหลือ ให้วางเหยียดตรง ท่านี้ เป็นท่ากดจุดพื้นฐานที่สุด
2.กดด้วยนิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างพร้อมๆกัน การกดแบบนี้ ขณะกดต้องเหยียดนิ้วหัวแม่มือ ให้ตรงทั้งซ้าย และ ขวา
3.กดย้ำ เป็นการกดที่ ใช้นิ้วหัวแม่มืออีกข้างหนึ่ง กดทับนิ้วหัวแม่มือ ที่กดอยู่ก่อนแล้ว โดยวางในลักษณะไขว้กัน วิธีนี้ จะใช้ในกรณีที่ จุดอยู่ลึกมาก
4.กดจุดด้วยนิ้วกลางซ้อนทับนิ้วชี้ ลักษณะการกดแบบนี้ จะได้แรงกดน้อย และ เป็นการกดจุดที่ นิ่งอยู่กับที่
5.การกดจุดด้วยสองนิ้ว วิธีนี้ จะใช้นิ้วชี้ และ นิ้วกลาง วางเหยียดตรง แล้วออกแรงกด พร้อมๆกัน
6.กดจุดด้วยสามนิ้ว จะใช้ นื้วชี้ นิ้วกลาง และ นิ้วนาง เรียงเหยียดตรงแล้วจึงออกแรงกดลง พร้อมๆกัน
7.กดจุดด้วยฝ่ามือ การกดแบบนี้ เหมาะสำหรับ กดจุดในบริเวณพื้นที่กว้างๆ ที่ต้องการออกแรงน้อย
8.กดจุดด้วยฝ่ามือซ้อนกัน เป็นการกดที่ ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างซ้อนกัน การกดแบบนี้ ช่วยรักษาระดับแรงกดให้คงที่ และ เป็นการกดที่สามารถออกแรงได้ ค่อนข้างมาก
9.กดจุดด้วยข้อนิ้วหัวแม่มือ โดยกำมือ ให้นิ้วหัวแม่มืออยู่ด้านใน แล้วใช้ข้อนิ้วหัวแม่มือ ข้อที่อยู่ติดกับกระดูกฝ่ามือ กดจุด เหมาะสำหรับ การกดจุดบริเวณศรีษะ ด้านบน และ ด้านข้าง
10.กดจุดด้วยข้อนิ้วทั้งสี่ วิธีนี้จะกำมือ ให้นิ้วหัวแม่มืออยู่ด้านนอก แล้วใช้ข้อกลางของนิ้วทั้งสี่กด ใช้กับการกดจุดที่คอ และ มือ
11.กดจุดด้วยสันมือด้านนิ้วก้อย โดยกำมือ ให้นิ้วหัวแม่มืออยู่ด้านนอก แล้วใช้สันมือด้านนิ้วก้อย เคาะเบาๆ
12.กดจุดด้วยการกำมือ วิธีนี้ จะใช้หลังมือส่วนที่อยู่ติดกับกระดูกฝ่ามือกด การกดแบบนี้ จะทำให้แรงกดกระจายออก เป็นการลดความแรงในการกด
อย่างไรก็ตาม การกดจุดส่วนใหญ่ มักใช้ปลายนิ้วโป้ง หรือ นิ้วชี้ และ ควรให้ปลายนิ้ว ตั้งฉากกับผิวหนัง
ระยะเวลาในการกด
อาจกดวันละครั้งเมื่อต้องการ หรือ เมื่อเกิดอาการ
ข้อควรระวังในการกด
การกดจุด เป็นวิธีที่ปลอดภัย และ ให้ผลดี ในการบรรเทาอาการเจ็บป่วยต่างๆ ซึ่งผู้ป่วยสามารถกดได้ด้วยตนเอง แต่มีข้อควรระวัง ดังต่อไปนี้
1.เป็นการกดครั้งแรก
2.รู้สึกปวดเมื่อยบริเวณนั้นมากๆ
3.มีอาการบวม
4.กล้ามเนื้ออ่อนแอ
5.มีความดันโลหิตสูง โลหิตจางเนื่องจากเป็นวัณโรคปอด
6.มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ
1.สถานที่กดจุด ควรเป็นห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เพราะ จะช่วยให้รู้สึกสบายตัว และ ระหว่างการกดจุด ถ้ามีเหงื่อออก ควรหยุดพัก
2.มือต้องสะอาด เล็บตัดสั้น
3.ไม่ควรกดจุด ในขณะที่กินอาหารอิ่มใหม่ๆ
4.สตรีมีครรภ์ พึงหลีกเลี่ยงการกดจุด ส่วนผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องโรคกระดูก ไม่ควรกดจุดที่อยู่บนแนวกระดูกต่างๆ เช่น กระดูกสันหลัง กระดูกซี่โครง เป็นต้น
5.อย่ากดจุดในบริเวณที่มีอาการฟกซ้ำ มีแผลขีดข่วน หรือ อักเสบติดเชื้อ
6.หากกดแล้ว มีอาการรุนแรงขึ้น ควรหยุดกดทันที
7.จุดที่อยู่บนอวัยวะของร่างกายที่มีสองข้าง ควรกดทั้งสองข้าง ยกเว้น จุดที่อยู่กึ่งกลางของร่างกาย จะมีเพียงจุดเดียว
8.ระหว่างกดจุด ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มเย็นๆ อาหารรสเปรี้ยว ของหมักดอง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พริกไทย ซอสพริก เครื่องเทศ และ อาหารทะเลที่มีเปลือก เช่น กุ้ง ปู












ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น